บริการของเรา

VDO การจัดตั้งกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต

VDO การจัดตั้งกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต

กลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต กรมการพัฒนาชุมชน

ความเป็นมา

กรมการพัฒนาชุมชน ดำเนินการส่งเสริมและสนับสนุนให้มีการจัดตั้งกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตมาตั้งแต่ ปี พ.ศ.2517 โดยศาสตราจารย์ ดร.ยุวัฒน์ วุฒิเมธี อดีตอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน โดยเริ่มดำเนินการทดลองครั้งแรก 2 แห่ง ที่ตำบลขัวมุง อำเภอสารภี จังหวัดเชียงใหม่ และที่ตำบลละงู อำเภอละงู จังหวัดสตูล กลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต เป็นการผสมระหว่างแนวคิดของสหกรณ์การเกษตรเครดิตยูเนี่ยนและสืนเชื่อเพื่อการเกษตร โดยใช้ “เงินเป็นเครื่องมือในการพัฒนาคน” เพื่อส่งเสริมให้เกิดกระบวนการเรียนรู้ของประชาชนในการพัฒนาตนเอง และพัฒนาสังคม โดยสอนให้คนรู้จักช่วยเหลือตนเองและผู้อื่น ด้วยการประหยัดและเก็บออม แล้วนำเงินมาสะสมรวมกันเป็นประจำสม่ำเสมอ เพื่อเป็นทุนสำหรับสมาชิกที่มีความจำเป็นเดือนร้อนกู้ยืมไปในการลงทุนประกอบอาชีพ หรือเพื่อสวัสดิการของครอบครัว โดยยึดหลักคุณธรรม 5 ประการ คือ ซื่่อสัตย์ เสียสละ ความรับผิดชอบ ความเห็นอกเห็นใจ และความไว้วางใจซึ่งกันและกัน

ข้อกฏหมาย/ระเบียบ

การดำเนินงานของกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต จำเป็นต้องเป็นไปตามแนวทาง หลักการที่กรมการพัฒนาชุมชนส่งเสริม สนับสนุน ไม่เข้าข่ายอันเป็นลักษณะต้องห้ามตามพระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ.2551 และตามบันทึกช่วยจำระหว่างกรมการ พัฒนาชุมชนกับธนาคารแห่งประเทศไทย ลงวันที่ 19 ธันวาคม 2531 ซึ่งมีสาระสำคัญสรุปได้ดังนี้

  1. การดำเนินงานกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต ไม่เข้าข่ายต้องห้ามว่าเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย ตามพระราชบัญญัติการธนาคารพาณิชย์ พ.ศ.2505 และพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจเงินทุน ธุรกิจหลักทรัพย์ ธุรกิจเครดิตฟองซีเอร์ พ.ศ.2522 (ปัจจุบันยกแล้ว ทั้ง 2 ฉบับ และใช้พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ.2551แทน) และตามหนังสือธนาคารแห่งประเทศไทยที่ ธปท.ฝตฉ.(71) 2440/2552 ลงวันที่ 2 ธันวาคม 2552 ได้ตีความว่า กลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตมิได้ดำเนินธุรกิจในเชิงพาณิชย์ตามนิยามของธุรกิจธนาคารพาณิชย์และธุรกิจเงินทุน ที่ต้องได้รับอนุญาตจากรัฐมนตรีกระทรวงการคลัง
  2. กลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตที่กรมการพัฒนาชุมชนส่งเสริม สนับสนุนจะต้องหลักการและแนวทาง ดังนี้

2.1) หลักการกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต ก็คือ ส่งเสริม สนับสนุนให้ประชาชนรู้จักออมเงินตามกำลังความสามารถ โดยไม่ได้กำหนดว่าสมาชิกต้องส่งเงินสัจจะเป็นจำนวนเท่าใด

2.2) การรับฝากเงิน จะต้องรับฝากเงิน (เงินสัจจะสะสม และเงินสัจจะสะสมพิเศษ) จากบุคคลที่สมัครเป็นสมาชิกลุ่มเท่านั้น ห้ามมิให้รับฝากเงินจากบุคคลภายนอกที่มิได้เป็นสมาชิกกลุ่ม

2.3) การให้กู้ยืมเงิน จะต้องให้บุคคลที่เป็นสมาชิกของกลุ่มเท่านั้น ที่สามารถกู้ยืมเงินจากกลุ่มได้ ห้ามมิให้บุคคลภายนอกที่มิได้เป็นสมาชิกกลุ่มกู้ยืมเงินของกลุ่ม จะเข้าข่ายเป็นการกระทำผิดกฎหมายตามข้อ 1) ทันที

2.4) การคิดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ กลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตที่กรมการพัฒนาชุมชนให้การสนับสนุน

2.5) นอกจากการให้กู้ยืมเงิน กลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตยังสามารถดำเนินกิจกรรมในเชิงธุรกิจและกิจกรรมที่เป็นสวัสดิการให้แก่สมาชิก

  1. กรมการพัฒนาชุมชน ได้จัดทำระเบียบกรมการพัฒนาชุมชนว่าด้วยการสงเสริมการดำเนินงานกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต พ.ศ.2555 ซึ่งมีผลบังคับใช้ เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2555 เพื่อให้เจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชนและผู้ที่เกี่ยวข้องได้ถือปฏิบัติเป็นแนวทางในการดำเนินงานของกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต มีมาตรฐานที่ชัดเจน และเป็นไปตามแนวทางปฏิบัติที่กรมการพัฒนาชุมชน ส่งเสริม สนับสนุน

บทบาทกรมการพัฒนาชุมชนในการกำกับดูแล

การแบ่งส่วนราชการกรมการพัฒนาชุมชนขึ้นใหม่ เมื่อวันที่ 8 เมษายน 2552 โดยกรมการพัฒนาชุมชนได้จัดตั้ง “สำนักพัฒนาทุนและองค์กรการเงินชุมชน” มาจาก “สำนักวิสาหกิจชุมชน” เพื่อให้มีบทบาทหน้าที่ในการเสริมสร้างและพัฒนาทุนระบบทุนชุมชนและการบริหารจัดการชุมชน ดังนั้น ในปี 2553 เพื่อให้การดำเนินงานมีประสิทธิภาพ และป้องกันมิให้เกิดการกรณีการร้องเรียนและเกิดความเสียหายขึ้น จึงกำชับให้จังหวัดดำเนินการ ดังนี้

  1. กำกับ ตรวจสอบ ดูแลการดำเนินงานกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตอย่างใกล้ชิด เพื่อไม่ให้เข้าข่ายอันเป็นลักษณะต้องห้ามตาม พรบ.ธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 และปฏิบัติตามบันทึกช่วยจำระหว่างกรมการพัฒนาชุมชน กับธนาคารแห่งประเทศไทย (หนังสือกรมการพัฒนาชุมชน เรื่องซักซ้อมแนวทางการดำเนินงานกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต ที่ มท 0407.4/ว 645 ลงวันที่ 10 พฤษภาคม 2553)
  2. ให้พัฒนากร ให้คำแนะนำและสนับสนุนการดำเนินงานกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต ดังนี้

2.1) เสริมสร้างความรู้ความเข้าใจการดำเนินงานแก่คณะกรรมการและสมาชิกกลุ่ม เพื่อมิให้ขัดต่อแนวทางและกฏหมายที่เกี่ยวข้อง

2.2) เข้าร่วมประชุมในวันส่งเงินสัจจะสะสม และรายงานผลให้อำเภอทราบเป็นประจำทุกเดือน

2.3) ร่วมกับคณะกรรมการกลุ่มตรวจสอบเอกสารบัญชี เป็นประจำอย่างน้อย 6 เดือนต่อครั้ง

ปี 2554 กรมการพัฒนาชุมชน กำหนดให้มีการสร้างกระแสการออมตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ด้วยการรณรงค์ให้ประชาชนเกิดการออมแบบพอเพียง และ ปี 2555 กรมการพัฒนาชุมชนกำหนดแนวทางการขับเคลื่อนกิจกรรมการส่งเสริมสุขภาพกองทุนชุมชนด้านธรรมาภิบาล โดยการประเมินกองทุนชุมชนด้วยวิธีการตรวจสุขภาพทางการเงินกองทุนชุมชน ซึ่งปัจจุบันกรมการพัฒนาชุมชน ได้ส่งเสริมสนับสนุนการดำเนินงานกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตครอบคลุมทุกพื้นที่ในทุกอำเภอ จำนวน 33,301 กลุ่ม สมาชิก 49 ล้านคน เงินสัจจะสะสม จำนวน 31,462 ล้านบาท เป็นทั้งกลุ่มที่มีการบริหารจัดการกลุ่มก้าวหน้า ปานกลาง และต้องปรับปรุง โดยบางกลุ่มประสบกับปัญหาเรื่องความโปร่งใสในการบริหารจัดการ ซึ่งจากการประเมินด้านการจัดทำบัญชี การบริหารงานไม่เป็นไปตามหลักการ แนวคิด วัตถุประสงค์ ข้อห้าม มีการแปรเปลี่ยนผสมผสานไปกับการดำเนินงานกองทุนอื่นๆ ประกอบกับเจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชนรุ่นใหม่ไม่ได้รับการพัฒนาบุคลากรด้านนี้โดยเฉพาะ จึงไม่มีองค์ความรุู้ที่จะเข้าไปในพื้นที่เพื่อให้คำปรึกษา แนะนำที่ถูกต้องตามแนวทางที่กรมการพัฒนาชุมชนกำหนด จึงปล่อยปละละเลยและห่างเหินกลุ่ม

กรมการพัฒนาชุมชน ตระหนักถึงความสำคัญในการส่งเสริมการดำเนินงานกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต โดยเฉพาะการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชนในการส่งเสริมสนับสนุน และเพื่อให้การดำเนินงานของกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตเป็นไปด้วยความเรียบร้อย มีหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการดำเนินงานในการส่งเสริม สนับสนุน และติดตาม กำกับ ดูแล จึงได้จัดทำระเบียบกรมการพัฒนาชุมชนว่าด้วยการส่งเสริมการดำเนินงานกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต พ.ศ. 2555 ซึ่งมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2555 และทบทวนการปฏิบัติงานด้านการส่งเสริมการดำเนินงานกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตโดยการจัดทำคู่มือการปฏิบัติงานการส่งเสริมการดำเนินงานของกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต ขึ้นสำหรับเจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชน

(Visited 1 times, 1 visits today)