บริการของเรา

โครงการเพิ่มความเข้มแข็งของเศรษฐกิจฐานรากและแนวประชารัฐ หมู่ที่ 6 ต.ควนธานี อ.กันตังจ.ตรัง

โครงการเพิ่มความเข้มแข็งของเศรษฐกิจฐานรากและแนวประชารัฐ หมู่ที่ 6 ต.ควนธานี อ.กันตังจ.ตรัง

กองทุนหมู่บ้าน บ้านบางหมากน้อย ม.6 ต.ควนธานี อ.กันตัง จ.ตรัง

ประวัติความเป็นมา

กองทุนหมู่บ้าน บ้านบางหมากน้อย ม.6 ต.ควนธานี อ.กันตัง จ.ตรัง ก่อตั้งเมื่อ พ.ศ.2544 มีจำนวนสมาชิกกองทุนหมู่บ้านปัจจุบันจำนวน 169 คน แบ่งออกเป็นคณะกรรมการกองทุนหมู่บ้านจำนวน 11 คน ประธานกองทุนหมู่บ้านชื่อ นายสุวิทย์ มณีรัตน์ และมีคณะกรรมการแบ่งออกเป็นแต่ละฝ่ายที่เป็นคณะผู้รับผิดชอบดำเนินโครงการ ดังนี้ 1.คณะผู้รับผิดชอบดำเนินโครงการ 2.คณะผู้รับผิดชอบการเบิกจ่ายและจัดทำบัญชี 3.คณะผู้รับผิดชอบในการจัดซื้อจัดจ้าง 4.คณะผู้รับผิดชอบการตรวจสอบและประเมินผลโครงการ

กองทุนหมู่บ้านบางหมากน้อย ได้รับงบประมาณจัดสรรจากรัฐบาล เป็นจำนวน เงิน 500,000 บาท  จากโครงการส่งเสริมความเข้มแข็งเศรษฐกิจฐานรากตามแนวทางประชารัฐ หรือเรียกสั้นๆ ว่าโครงการประชารัฐ รัฐบาลได้มองเห็นถึงความสำคัญของกองทุนหมู่บ้านมากขึ้นรัฐบาลจึงจัดให้มี             โครงการประชารัฐให้กับกองทุนหมู่บ้านเพื่อให้กองทุนหมู่บ้านทำกิจกรรมใดกิจกรรมหนึ่งในเรื่องของการส่งเสริมอาชีพ การลดรายจ่ายเพิ่มรายได้ให้กับกองทุนหมู่บ้านที่เสนอโครงการเข้าหลักเกณฑ์และผ่านการพิจารณาก็จะได้รับงบจัดสรรจากรัฐบาล หนึ่งในกองทุนกองทุนหมู่บ้านที่ได้รับงบประมาณจากโครงการประชารัฐคือ กองทุนหมู่บ้านบางหมากน้อย ม.6 ต.ควนธานี อ.กันตัง จังหวัดตรัง ได้รับการจัดสรรงบประมาณเมื่อวันที่ 22 มิถุนายน พ.ศ.2559 กองทุนหมู่บ้านนี้ได้เสนอโครงการโรงสีข้าวชุมชน เพราะสมาชิกกองทุนหมู่บ้านจะได้บริโภคข้าวสารที่ปลอดสารพิษ และเป็นข้าวที่ราคาถูกที่สมาชิกกองทุนหมู่บ้านทำกันเอง

เป้าหมาย

สมาชิกได้รับประโยชน์ตรงนี้มากเพราะเป็นการลดรายจ่ายเพิ่มรายได้ภายในครัวเรือนเอง และอีกอย่างสมาชิกกองทุนหมู่บ้านจะได้ข้าวสารที่ปลอดสารพิษ

ความสำเร็จของโครงการ

สมาชิกกองทุนหมู่บ้านสามารถที่จะผลิตข้าวสารบริโภคเองภายในครัวเรือน และสร้างรายได้จากโรงสีข้าวได้อย่างมากมาย มีการส่งข้าวสารขายตามท้องตลาดเป็นวิธีหนึ่งที่สร้างผลกำไรให้กับสมาชิกกองทุนความคาดหวังในอนาคต/การต่อยอดโครงการ

ถ้ากองทุนหมู่บ้านได้รับการต่อยอดและรับการจัดสรรงบประมาณเพื่อจากรัฐบาล กองทุนหมู่บ้านจะเครื่องซีนไร้สุญญากาศ เป็นต้น และส่วนที่เหลือก็จะนำไปเป็นทุนสำรองในการซื้อข้าวสาร

(Visited 1 times, 1 visits today)